จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 45,300 ราย ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพ หรือวันชาติอเมริกา ทำให้ขณะนี้สหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 2.85 ล้านคน ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันดังกล่าวถือว่าลดลงจากระดับมากกว่า 50,000 รายต่อวัน ในช่วงสามวันที่ผ่านมา แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า งานฉลองเนื่องในวันชาติอเมริกานี้จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลังจากนี้

รัฐฟลอริดารายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นสถิติใหม่ คือ 11,500 รายในวันเสาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าวันละ 10,000 รายสามวันติดต่อกันแล้ว โดยทางการรัฐฟลอริดาได้สั่งปิดบาร์และชายหาดหลายแห่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการระบาด

รัฐเท็กซัสคืออีกรัฐหนึ่งที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสถิติใหม่ในวันเสาร์ ด้วยตัวเลขมากกว่า 8,200 ราย และจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเป็นสถิติใหม่เช่นกัน โดยรัฐเท็กซัสได้บังคับให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากในที่สาธารณะตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ว่าการรัฐ เกวิน นิวซัม สั่งให้ปิดบาร์และกิจกรรมในร่มต่าง ๆ ไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์ พร้อมขอให้ประชาชนอย่าเดินทางไปไหนในช่วงสุดสัปดาห์วันชาติ

ความกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายเมืองทั่วสหรัฐฯ ยกเลิกขบวนพาเหรดและการจุดพลุ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในอเมริกา เพื่อป้องกันไม่ใช้มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันประกาศอิสรภาพ ที่ทำเนียบขาวในวันเสาร์ แต่มิได้ระบุถึงผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวนเกือบ 130,000 คนแต่อย่างใด

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการรับมือโควิด-19 ก้าวหน้าไปด้วยดี และคาดว่าอเมริกาจะมีวัคซีนหรือวิธีรักษาโควิด-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้